วันจันทร์ , 25 กันยายน 2017
Breaking News
You are here: Home » IT Knowledge

Category Archives: IT Knowledge

IT Knowledge

Windows 10 อัพเดทใหม่

อัพเดทใหม่มาอีกแล้วหรอ เวอร์ชั่นเก่ายังไม่ได้ใช้เลย ตั้งแต่ Windows 10 เวอร์ชั่น 1511 อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 1607 และอัพเดทล่าสุด เวอร์ชั่น 1703 โดยใช้ Codename ว่า  Creators Update โดย Microsoft ได้เปิดให้อัพเกรดตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมานี่เอง มีอะไรใหม่บ้าง ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่
1. Start Menu เพิ่มตัวเลือกให้แสดง Apps List (แสดงเป็นรายการ Apps) หรือ Live Tile (แสดง Apps เป็นช่องสี่เหลี่ยม ปรับขนาดได้)


นอกจากนี้ ในการแสงผลแบบ Live Tile ยังสามารถดึง App ไปวางทับกัน เกิดเป็นกลุ่ม เพื่อจัดหมวดหมู่ ดังเช่นที่คุ้นเคยกันในโทรศัพท์มือถือนั่นเอง


2. ใน Personalize ในการตั้งค่า Colors เราสามารถปรับแต่งสีของวินโดวส์ได้เองตามใจชอบ และ Themes  เราสามารถเลือก Themes เหมือนอย่างใน Windows 7 มีให้เลือก 3 ชุด

และมีให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมใน Windows Store


3. มี Paint 3D เพิ่มเข้ามา แต่ Paint ตัวเดิมก็ยังอยู่


4. Windows Defender เปลี่ยนหน้าตาไปเยอะ และยังเปลี่ยนชื่อเป็น Windows Defender Security Center เพราะว่าเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ มีทั้งแอนตี้ไวรัส ดูแลสุขภาพเครื่อง ไฟร์วอลล์ ควบคุมแอพกับเบราว์เซอร์ และจัดการครอบครัว


5. Settings ได้เพิ่มมาใหม่ 2 หมวด คือ Apps การจัดการ Apps ต่างๆ เหมือนในโทรศัพท์มือถือ และ Gaming การตั้งค่าการเล่นเกมส์

ส่วน Control Panels เดิม ไม่มีลิงค์ให้แล้วนะครับ แต่สามารถค้นหา นำมาใช้งานได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีการปรับแสงในการเล่นกลางคืนอีกด้วย เพราะวินโดวส์ 10 ใช้ในหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น PC Tablet และโทรศัพท์มือถือ


6. Microsoft Edge ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติม โดยทาง Microsoft ได้คุยไว้ว่าเร็วกว่า Google Chrome 20% เร็วกว่า Mozilla Firefox 45% เลยทีเดียว และได้เพิ่ม Set Tabs aside เพื่อเซฟแทปที่ใช้ประจำ แสดงผลเป็น Thumbnail

และมีปุ่มแชร์ โดยไม่ต้องก็อป URL ไปแชร์ให้ยุ่งยาก

 

ใครเคยใช้มั่ง? Netscape Nevigator

ใครเคยใช้มั่ง? Netscape Nevigator
Netscape Nevigator เว็บบราวเซอร์ในตำนาน ตั้งแต่สมัย Windows 95 (ประมาณปี 1995) สมัยก่อนเว็บบราวเซอร์ยังมีไม่เยอะเหมือนสมัยปัจจุบัน มีแต่ 2 ตัวคู่แข่งคือ Netscape Nevigator กับ Internet Exproler เท่านั้น

netscapelogocompilation

Netscape Nevigator ถูกโจมตีอย่างจาก IE อย่างหนัก จน Netscape ฟ้องศาลว่าไมโครซอฟต์ผูกขาดเว็บบราวเซอร์ของตนฝังกับ Windows จนไมโครซอฟต์มีตัวเลือกให้ถอด IE ออกจากวินโดวส์ได้ แต่กระนั้น Netscape ก็สู้ IE ไม่ได้อยู่ดี จนขาดทุนและถูก Take Over โดยบริษัท America OnLine ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา ในช่วงปี 1997-1998 เมื่อ Netscape รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้แน่ เลยตัดสินใจเปิดซอร์สโค้ดของ Navigator ไปเลย Netscape ตั้ง Mozilla.org และแตกแขนงเป็นเว็บบราวเซอร์ Open source มากมายในปัจจุบัน อาทิเช่น Mozilla Firefox
คุณสมบัติเด่นๆ ที่ Mozilla ฝากไว้กับเว็บบราวเซอร์ในปัจจุบัน
1. Tab Browsing – ที่แม้แต่ IE ต้องทำตาม การเปิดหน้าเว็บใหม่โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่ม
2. Search ได้จาก URL Bar หรือเรียกว่า Friendly URL
3. การขยายตัวหนังสือ และ
4. การบล็อคป็อบอัพอัตโนมัติ

MHL กับ HDMI

MHL (Mobile High-Definition Link) คือเทคโนโลยีใหม่ในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ Mobile กับอุปกรณ์แสดงผล ใครที่ใช้อุปกรณ์มือถืออยากต่อจอภาพโปรเจคเตอร์ หรือทีวีจอใหญ่ ต้องมองหาว่าเครื่องสมาร์ทโฟนที่ท่านซื้อ และโปรเจคเตอร์หรือจอทีวีของท่านมีเทคโนโลยีนี้อยู่หรือป่าว

mhl

MHL มีข้อดีกว่า HDMI (High-Definition Multimedia Interface) ลองดูในตารางข้างล่างนี้

  HDMI MHL
การส่งข้อมูล ทั้งภาพและเสียง ทั้งภาพและเสียง
การควบคุม ที่ตัวเครื่องส่ง ควบคุมได้ทั้งตัวเครื่องส่งและอุปกรณ์แสดงผล
ใช้ไฟฟ้า จากเครื่องส่ง จากเครื่องแสดงผล และยังชาร์จให้เครื่อง Mobile อีกด้วย
 

แต่ MHL ยังมีข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยีใหม่เกินไป ที่จะต้องมีเทคโนโลยีนี้รองรับทั้งตัวเครื่องอุปกรณ์ Mobile และอุปกรณ์แสดงผล เช่นจอภาพ และเครื่องเสียง

มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะเลย Windows 10 อัพเดทใหม่

หลังจาก Windows 10 ได้เปิดให้ใช้งานมาครบ 1 ปีพอดี ได้เปิดตัวอัพเดทใหม่ ชื่อว่า Windows 10 Anniversary Update หรือ Windows 10 Version 1607 มีอัพเดทใหม่ๆ ดังต่อไปนี้
– Start Menu ใหม่ โดยย้ายปุ่มควบคุมระบบ พวกปุ่ม Settings, Power จากเดิมอยู่ด้านล่างของ pane ฝั่งซ้ายมือ ไปแยกไว้ที่ขอบด้านซ้ายมือแทน สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือไมโครซอฟท์รวมหน้า Most used apps กับหน้า All apps เข้าด้วยกัน แล้วสามารถ scroll เลื่อนขึ้นลงได้ (ของเดิมต้องกด All apps แยกเข้าไปอีกทีจึงจะเห็นหน้ารายชื่อแอพทั้งหมด) ข้อดีคือการเข้าถึงแอพที่เราไม่ได้ปักหมุดไว้นั้นง่ายขึ้นมาก คือกดปุ่ม Start แล้วเอาเมาส์เลื่อนๆ หาได้เลย

Capture2
– Action Center ถูกยกระดับความสำคัญขึ้น และพัฒนาฟีเจอร์ขึ้นหลายจุด อย่างแรกเลยคือตำแหน่งของไอคอน Action Center ถูกย้ายมาอยู่มุมขวาล่างสุดของหน้าจอ เพื่อให้เป็นตำแหน่ง hot corner กดเพื่อ trigger แสดงการแจ้งเตือนขึ้นมาได้ง่ายขึ้น พร้อมกับมีเลขจำนวนการแจ้งเตือนด้วย

Capture1
– Windows Defender เข้ามาปกป้องเป็นแอนตี้ไวรัสประจำเครื่องอย่างเต็มตัว ด้วยการมีไอค่อนตลอดเวลา ไม่เหมือนเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเดียว สามารถใช้งานได้ตลอดอายุการใช้งาน
– Microsoft Edge มี Extension แล้ว Microsoft Edge ที่มาพร้อมกับ Windows 10 ก่อนหน้านี้มีแต่ตัวบราวเซ่อร์อย่างเดียว แต่ไม่มีลูกเล่นอะไรเลย ส่วนวิธีการดาวน์โหลด extension สามารถทำได้ผ่าน Windows Store อินเทอร์เฟซเดียวเลย และ extension ที่ติดตั้งแล้วจะถูกแสดงที่ด้านบนของเมนูของ Edge (แบบเดียวกับของ Chrome) ในแง่การใช้งานแทบไม่มีอะไรแตกต่างจาก Chrome ตอนนี้ extension ยอดฮิตหลายๆ ตัวก็มีบน Edge แล้ว เช่น Bing Translate, Evernote, OneNote, AdBlock/AdBlock Plus, LastPass เป็นต้น

Capture4
– Dark Theme ฟีเจอร์เล็กๆ อีกอันที่น่าสนใจคือโหมดธีมสีมืด (Dark theme) ที่กดปุ่มเดียวในหน้าจอ Personalize แล้วเปลี่ยน Windows 10 เป็นสีดำๆ เข้มๆ ได้เลย อย่างไรก็ตาม แอพบางตัวของไมโครซอฟท์ก็ยังไม่รองรับ (เช่น File Explorer) และที่น่าแปลกคือ Edge ก็มีธีมสีมืดแต่ต้องเปิดใช้เองจากหน้าจอตั้งค่าของ Edge ไม่สามารถกดทีเดียวในหน้าจอตั้งค่าของ Windows ได้

Capture3
– Bash on Windows หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Bash on Ubuntu on Windows ซึ่งฝังลินุกซ์ Ubuntu บางส่วนมาไว้ใน Windows และสามารถสั่งงานได้ผ่าน bash shell เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.blognone.com/node/84103

API คืออะไร ทำหน้าที่อะไร ประโยชน์ของ API มีอะไรบ้าง

API คืออะไร
API ย่อมาจาก Application Programming Interface คือช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์หนึ่งไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง หรือเป็นการเชื่อมต่อระหว่าผู้ใช้งานกับ Server หรือจาก Server เชื่อมต่อไปหา Server ซึ่ง API นี้เปรียบได้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างอิสระ
api-content
โดยส่วนมากแล้วเราจะเห็น API ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายที่เห็นได้กันอย่างชัดเจนก็คือ บริการของ Amazon มี API ที่เปิดให้ผู้ที่สนใจที่จะเป็นตัวแทนขายสินค้าหรือเจ้าของเว็บทั่วไป ได้นำสินค้าที่มีขายอยู่ใน Amazon ไปติดไว้ในเว็บไซต์หรือบล็อคของตัวเองได้ โดยเจ้าของเว็บไซต์หรือผู้สนใจจะได้รับคอมมิสชั่นเมื่อมีการคลิกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์หรือบล็อคที่นำ API ไปติดตั้ง อีกบริการหนึ่งก็คือบริการของ PayPal API ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มช่องทางการชำระเงินให้กับลูกค้าก็สามารถนำ PayPal API ไปติดตั้งที่เว็บไซต์ที่ต้องการได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการในเว็บไซต์นั่นเอง
นอกจากเว็บด้านอีคอมเมิร์ซและยังมีเว็บไซต์ด้านสังคมออนไลน์หรือ Social Network ที่นำ API ไปใช้งานด้วย เช่น Facebook หรือไม่ก็ Twitter ที่สามารถนำกล่องแสดงความคิดเห็นไปติดในเว็บไซต์ที่ต้องการได้ด้วย
API ทำหน้าที่อะไร
API (Application Programming Interface) ทำหน้าที่ช่วยในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆหรือจะเป็นการนำข้อมูลต่างๆออกจากเว็บไซต์ หรือจะเป็นการส่งข้อมูลเข้าไปก็ได้ โดยเจ้าของเว็บไซต์ที่มี API จะกำหนดขอบเขตในการเข้าถึงบริการต่าง ๆของทางเว็บไซต์
ประโยชน์ของ API มีอะไรบ้าง
ประโยชน์ของ API สามารถแบ่งออกมาได้หลายอย่างคือ
1. ช่วยในการพัฒนาเว็บไซต์หรือ Application ได้ง่ายและรวดเร็วซึ่ง API จะเป็นตัวช่วยที่นักพัฒนาไม่ต้องเข้าไปแก้ไข Code คำสั่งเลยทำให้สะดวกสบายในการใช้งาน
2. ช่วยให้นักพัฒนาเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์สามารถฐานผู้ชมเว็บไซต์ให้มากขึ้น
3. ทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆที่มีการติดตั้ง API ของอีกเว็บไซต์หนึ่ง ไม่ต้องเข้าหน้าเว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของ API เพียงแต่เข้ามายังเว็บไซต์ที่มีการติดตั้ง API เท่านั้นทำให้การรับรู้ข่าวสารต่าง ๆทั่วถึงกันและสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้งานเว็บไซต์
4. API สามารถรับส่งข้อมูลข้าม Server ได้
ในปัจจุบันเว็บไซต์ใหญ่ๆหลายเว็บไซต์จะมีการเปิดให้ใช้งาน API ซึ่งเราอาจจะเห็นการใช้งาน API ได้มากขึ้นโดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ด้านการติดต่อสื่อสาร Social Network และ E-commerce

อ้างอิง
http://www.fusionidea.biz

http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/api/

วิธีสร้าง sitemap.xml เข้าระบบ Google Sitemap

วิธีการ Add/Submit ไฟล์ sitemap.xml เข้าระบบ Google Sitemap เพื่อทำให้เว็บไซต์ index ใน google search engine ภายใน 7 วัน

Add/Submit Google Sitemap สำหรับทำให้เว็บไซต์ติด index

sitemap

1. สร้างไฟล์ sitemap ก่อน ไปที่เว็บ http://www.xml-sitemaps.com

2. กรอก URL เว็บไซต์ที่ต้องการเข้าไป แล้วกด Enter หรือ คลิกที่ปุ่ม Start หลังจากนั้นเว็บไซต์ก็จะสร้าง sitemap คอยนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าเว็บไซต์

3. พอระบบมันสร้างไฟล์ sitemap.xml เสร็จ ให้คลิกลิงค์ของ Download un-compressed XML หรือ อันแรก สังเกตง่ายๆ ลงท้ายด้วย sitemap.xml ก็ให้คลิก และจะดาวน์โหลดไฟล์นี้ลงมาไว้ในเครื่องเรา

4. ให้ทำการอัพโหลดไฟล์ sitemap.xml เข้าไปไว้ที่ เว็บไซต์ของคุณ

5. ต่อไป ให้ไปที่ google sitemap

6. ถ้ายังไม่เคยสมัครใช้บริการ ให้คลิกที่ Create a Google Account ไม่จำเป็นต้องใช้ Gmail สมัครก็ได้ ใช้อีเมล์ yahoo, hotmail สมัครก็ใช้ได้ ถ้าเป็นสมาชิกอยู่แล้วให้ล็อกอินเข้าเว็บ Google sitemap ได้ทันที

7. แล้วก็ใส่ชื่อ URL ในช่อง Add Site: แล้วกดปุ่ม OK

8.ในหน้านี้ให้คลิกที่หัวข้อ Sitemaps

9. ในหน้านี้ ให้คลิกที่ Add a Sitemap

10. ในหน้านี้ ให้เลือก Add General Web Sitemap และ กรอกชื่อเว็บไซต์ที่เก็บ Sitemap ไว้ ในข้อ 3. My Sitemap URL is: ตัวอย่าง: http://YourWebsite.com/sitemap.xml และ กดปุ่ม Add Web Sitemap

11. ในหน้านี้ จะพบเครื่องหมายถูก และตามด้วยข้อความ

‘ You have added a Sitemap to http://YourWebsite.com/. Reports may take several hours to update. Thank you for your patience! ‘

ให้คลิกที่ My sites ใกล้ๆ กับ Logo Google

12. ในหน้าถัดมานี้ จะพบชื่อเว็บไซต์ที่คุณทำ Sitemap ให้คลิกที่ Verify

13. มาในหน้าถัดมานี้

13.1 เลือกเป็น Add a META Tag จะต้องเอา โค๊ดนี้ ไปแปะส่วนบนไฟล์ index.html (หรือ index.php) ใส่ไว้ระหว่างส่วน …..ตรงใหนก็ได้ เมื่อระบบ ค้นเจอ หน้าแรก เรามีโค๊ดนี้ ก็จะ verify เว็บผ่าน

เพียงเท่านี้ การทำ Sitemap ก็เสร็จแล้ว

‘ You’ve successfully verified http://YourWebsite.com/ ‘

สุดท้าย หลังจาก submit ไฟล์ sitemap เรียบร้อยแล้ว แสดงว่า google แค่อ่าน รายชื่อหน้าเว็บเพจของเราเท่านั้นที่เหลือ ยังมีอีก 2 ขั้นตอนที่เราจะต้อง รอ รอ รอ รอ แล้ว รอ อีก คือ

1. รอให้ google bot เข้ามาหา และเก็บข้อมูล (กินเวลา ประมาณ 2-3 วัน)

2. รอให้ google ประมวลผล ใหม่ และเอาเว้บไซท์เราเข้าไป (กินเวลาประมาณ 7-14 วัน)

3. รอให้ค้นเจอ หรือแสดงผล (กินเวลา 30 วัน – 60 วัน)

ที่มาของแหล่งข้อมูล http://help.tht.in/smap.html

5 ข้อที่ทำให้ External Harddisk ใช้งานได้นาน

5 ข้อที่ทำให้ External Harddisk ใช้งานได้นาน

page

1. อย่ากระทบกระเทือนขณะใช้งาน (ขณะจานหมุน) เพราะระบบมอเตอร์ แผ่นดิสก์ และหัวอ่าน มีความละเอียดอ่อนระดับนาโนเมตร เมื่อมีการกระทบกระเทือนขณะใช้งาน จะทำให้พังได้ง่ายกว่า

Hard_disk_platters_and_head
2. ขณะใช้งานให้เก็บในที่โล่งมีอากาศถ่ายเทได้ อย่าเก็บไว้ในกล่อง ถุง หรือซอฟต์แคสหนังหุ้มทุกด้าน เพราะฮาร์ดดิสก์ต้องการอากาศหายใจ (สังเกตได้จากตัวฮาร์ดดิสก์ จะระบุไว้ว่า “ห้ามปิดรูอากาศ”) และเพื่อระบายความร้อนด้วย
* จากประสบการณ์การใช้งานของผู้เขียน ฮาร์ดดิสก์ที่ระบายอากาศดีกว่า จะทนกว่าเสมอ
3. ขณะใช้งานให้ตั้งแนวแผ่นดิสก์ให้ตรง 90 องศา เสมอ เช่นวางแนวนอน หรือตั้งให้ตรงได้ทุกด้าน เพราะมอเตอร์จะหมุนแผ่นดิสก์ให้ต้านกับแรงโน้มถ่วง เมื่อไม่ตั้งตรง จะมีแรงโน้มถ้วงดึงให้เสียหายได้ง่ายขึ้น

page2
4. เมื่อไม่ใช้งาน ให้ Eject ก่อน เพื่อให้คอมพิวเตอร์ตัดไฟเลี้ยงให้ดับก่อนก่อนเสมอ ก่อนจะดึงสาย USB ออก

ejecthdd
5. เมื่อถอด หรือ Eject ฮาร์ดดิสก์แล้ว ต้องรอให้จานหยุดหมุนสักพักก่อน ค่อยเคลื่อนย้ายฮาร์ดดิสก์ไป

Cloud computing เทคโนโลยีสร้างอนาคต

mcuit-new59

IBM ได้ทำการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้บริหารภาคธุรกิจ 5,247 คนจาก 70 ประเทศถึงเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 63 ของผู้ตอบแบบสำรวจยกให้การประมวลผลบนกลุ่มเมฆ หรือ Cloud Computing ได้รับการขนานนามว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่สร้างอนาคต เป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างผลกระทบมากที่สุดภายในปี 2020 รองลงมาคือ Mobile solution หรือ การให้บริการออนไลน์เคลื่อนที่ และอันดับ 3 คือ Internet of things หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในชีวิตประจำวันต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ที่มา: World Economic Forum. (27 November 2015). These technologies are shaping the future. Retrieved fromhttps://agenda.weforum.org/2015/11/these-technologies-are-shaping-the-future/

คอมพิวเตอร์ที่เล็กที่สุดในโลก

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เล็กที่สุดในโลกในปัจจุบัน เท่าที่หาได้คือ Intel Compute Stick  ซึ่งมีขนาดเล็กพอๆ กับแฟรชไดร์ฟที่เราใช้กันอยู่ แต่มีคุณสมบัติเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ แบบตั้งโต๊ะเลยที (เครื่องพีซีพื้นฐานที่มีการ์ดจอออนบอร์ด)

0106_intelhdmi-597x310
Intel Compute Stick มีสเปคเครื่องดังนี้
CPU : Intel Atom Z3735F (Quad core with 2M Cache, 1.33GHz up to 1.83 GHz)
– RAM : 2GB DDR3
– Harddisk : 32GB eMMC (ความเร็วเทียบเท่า SSD)
– VGA : Intel HD Graphics G7 มาพร้อมกับ HDMI
– Sound : Intel HD Audio via HDMI
– OS : Windows 8.1 with Bing 32-Bit (รองรับ Linux และ Android ด้วย)
– Connections :  802.11bgn Wi-Fi, USB 2.0 port, Bluetooth 4.0 และ ช่องเสียบ Micro SD
– Power Supply : AC~DC adapter Wall 5V, 2A

intel-compute-stick-review*ภายใน Intel Compute Stick เมื่อถูกแงะออกมา ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ซีพียูกับชิปเซ็ต 1 ตัว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เพราะว่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกเก็บไว้ในซีพียูและชิปเซ็ตหมดแล้วนั่นเอง
Intel Compute Stick มาพร้อมกับ Windows 8.1 เลยทีเดียวที่สามารถใช้งานได้ทันที และยังมีพื้นที่สำหรับติดตั้งโปรแกรมใช้งานพื้นฐานอื่นๆ ได้อย่างพอเพียง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายคอมพิวเตอร์ทั่วไป ปัจจุบัน (วันที่ 11 กันยายน 2558) ราคาอยู่ที่ 5,290 บาท พกสะดวก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้พีซี แต่ไม่อยากลงทุนสูง ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมแล้วได้เลย เช่น จอภาพของทีวีที่บ้าน แต่สิ่งที่จะต้องหามาเพิ่มเติม ไม่ได้แถมมากับกล่องเลย ก็คือ ชุดเม้าส์ คีบอร์ดไร้สาย นั่นเอง
stick-in-hand3

เมื่อเราซื้อ Intel Compute Stick มาแล้ว เราจะได้ตัว Stick คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ซึ่งจะมีพอร์ตเสียบ HDMI ด้านหน้า เสียบเข้ากับจอภาพได้เลย หรือจะหาซื้อจอเล็กๆ ก็ต้องมองหาช่องเสียบ HDMI ด้วยนะครับ มีปุ่มปิดเปิด มีช่องเสียบ Power ซึ่งต่อมาจาก Adapter 5V และมีช่องเสียบ USB 2.0 1 ช่อง ถ้าเราอยากได้หลายๆ ช่อง ก็ซื้อ USB Adapter มาต่อพ่วงเอา สำหรับต่อพ่วงเม้าส์ และคีบอร์ดแบบ USB ส่วนช่องเสียบเสียงนั้น ไม่มีเลย เพราะปกติเสียงจะออกทางพอร์ต HDMI โดยใช้ Intel HD Audio via HDMI เป็นตัวขับ

intel-compute-stick-ft-work-2

*ภาพเมื่อเสียบ Intel Compute Stick ด้านหลังจอ

intel-compute-stick-windows8

*ในกรณีใช้จอคอมพิวเตอร์ทั่วไป เราสามารถซื้อสายแปลง HDMI-to-VGA ก็ได้ ดังภาพ

Trello เครื่องมือบริหารจัดการโปรเจคยากๆ ให้ง่าย

Trello เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการงานที่เราต้องรับผิดชอบ หรืองานโปรเจคที่มีรายละเอียดมาก และอาจต้องทำร่วมกันเป็นทีม ซึ่งอาจจะมีทั้งการประชุมหาไอเดีย ส่งต่อข้อมูลที่ได้มา ติดตามงานที่มอบหมาย และงานที่ต้องทำ รวมทั้งหารบริหารงานทั้งหมดภายในเวลาที่กำหนด ทั้งหมดนี้ เราสามารถบริหารจัดการมันได้บนเว็บไซต์ www.trello.com หรือบริหารจัดการผ่าน mobile application ก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเราสามารถเห็นความคืบหน้าของงานแต่ละชิ้นของทีม รวมถึงงานที่เราต้องทำกันอย่างละเอียด และยังสามารถเก็บรายละเอียดหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาทั้งหมด พร้อมสามารถเตือนความจำ และแสดงความคิดเห็นร่วมกันในทีมได้

excel-gantt-chart-MF_large

บางคนอาจจะคุ้นเคยกับการบริหารโปรเจคด้วย Gantt Chart ที่อาจจะมาในรูปแบบของโปรแกรมสำเร็จรูป หรือไฟล์ Excel ก็แล้วแต่ ซึ่งมันอาจจะเคยช่วยให้ชีวิตของคุณง่าย แต่มันไม่สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น Backlog ได้ทั้งหมด รวมถึงไม่สามารถสื่อสารกับทีมงานได้อย่างชัดเจน

ถ้าใครอยากบริหารชีวิตยากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย แนะนำ Trello แอพจี๊ดๆ เพื่อการบริหารจัดการปริมาณงานที่มากล้นให้ง่ายเหมือนอาหารจานด่วนเล็กๆ ซึ่งเดิมที Trello จะทำงานอยู่บนเว็บไซต์เป็นหลัก และสามารถทำงานร่วมกันบน mobile application ได้ ซึ่งรองรับทั้ง Android และ Apple พูดไปแล้วอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ลองไปดูวีดีโอแนะนำแอพ  Trello บน iPad กันดีกว่าค่ะ

ซึ่งการบริหารจัดการงานต่างๆ ผ่าน Trello จะต้องทำการสมัครบัญชีผู้ใช้เสียก่อน ซึ่งสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์หรือจะโหลดแอพ Trello ลงมาแล้วสมัครผ่านแอพบนสมาร์ทโฟนเลยก็ได้เช่นกัน โดยจะมี Boards เป็นตัวกำหนดโปรเจคร่วมกัน และใช้ Cards เป็นตัวเก็บรายละเอียดของงาน และกำหนดสถานะของแต่ละขั้นตอนแยกตามโปรเจคได้ด้วยการลาก Cards ไปไว้ที่ To Do หรือ Done ได้เลย

ความจี๊ดของ Trello

  •     สามารถเพิ่ม Cards ได้ไม่จำกัด และสามารถเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรายละเอียดได้ตลอดเวลา
  •     สามารถใช้เป็น Checklist ตัวเองและทีมงานว่ามีงานอะไรที่ต้องทำบ้าง
  •     สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของงานได้ตลอดเวลา
  •     สามารถเรียกดูรายละเอียดต่างๆ (Backlog) หรือไฟล์แนบของแต่ละโปรเจค แต่ละขั้นตอนได้ทันทีสะดวกต่อการประสานงาน
  •     สามารถแชร์ความคิดเห็นร่วมกันในทีมงาน ด้วยการใส่ข้อความ หรือตั้งโหวตเพื่อสรุปแนวทางของงานร่วมกันได้ผ่านแอพ Trello

ลักษณะการใช้งานของ Trello

  •     ผู้ใช้ทุกคนจะมี My Boards เพื่อใส่ Cards ของแต่ละโปรเจค เป็นเหมือนกระดานที่เราแปะโน๊ตว่าเรามีโปรเจคอะไรอยู่บ้าง
  •     เราจะเพิ่ม Cards ก็ต่อเมื่อมีโปรเจคใหม่ หรือโปรเจคไหนมีรายละเอียดเพิ่มเติม
  •     สามารถเพิ่มรายชื่อทีมงานที่มีบัญชีผู้ใช้ Trello เข้ามาบริหารโปรเจคร่วมกันได้ไม่จำกัด
  •     เราสามารถประชุมแชร์ไอเดีย หรือแสดงความคิดเห็นหรือเปิดให้ทีมงานโหวตผ่านแอพ Trello ได้เลย
  •     สามารถเปิด ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็นหรือโหวตบน Cards แต่ละใบได้
  •     สามารถเลือกใส่สี Label ได้
  •     สามารถเพิ่มรูปภาพหรือไฟล์ที่เกี่ยวกับงานบน Cards ได้
  •     สามารถตั้งค่าแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงบน Cards ได้
  •     สามารถเปลี่ยนเลื่อนตำแหน่งของ Cards ได้ง่ายด้วยการลากเอาได้เลย
  •      สามารถสร้าง Checklist ของ Cards แต่ละใบได้

ซึ่ง การบริหารจัดการงานต่างๆ ผ่าน Trello จะต้องทำการสมัครบัญชีผู้ใช้เสียก่อน ซึ่งสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์หรือจะโหลดแอพ Trello ลงมาแล้วสมัครผ่านแอพบนสมาร์ทโฟนเลยก็ได้เช่นกัน โดยจะมี Boards เป็นตัวกำหนดโปรเจคร่วมกัน และใช้ Cards เป็นตัวเก็บรายละเอียดของงาน และกำหนดสถานะของแต่ละขั้นตอนแยกตามโปรเจคได้ด้วยการลาก Cards ไปไว้ที่ To Do หรือ Done ได้เลย

ความจี๊ดของ Trello

  • สามารถเพิ่ม Cards ได้ไม่จำกัด และสามารถเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรายละเอียดได้ตลอดเวลา
  • สามารถใช้เป็น Checklist ตัวเองและทีมงานว่ามีงานอะไรที่ต้องทำบ้าง
  • สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของงานได้ตลอดเวลา
  • สามารถเรียกดูรายละเอียดต่างๆ (Backlog) หรือไฟล์แนบของแต่ละโปรเจค แต่ละขั้นตอนได้ทันทีสะดวกต่อการประสานงาน
  • สามารถแชร์ความคิดเห็นร่วมกันในทีมงาน ด้วยการใส่ข้อความ หรือตั้งโหวตเพื่อสรุปแนวทางของงานร่วมกันได้ผ่านแอพ Trello

ลักษณะการใช้งานของ Trello

  • ผู้ใช้ทุกคนจะมี My Boards เพื่อใส่ Cards ของแต่ละโปรเจค เป็นเหมือนกระดานที่เราแปะโน๊ตว่าเรามีโปรเจคอะไรอยู่บ้าง
  • เราจะเพิ่ม Cards ก็ต่อเมื่อมีโปรเจคใหม่ หรือโปรเจคไหนมีรายละเอียดเพิ่มเติม
  • สามารถเพิ่มรายชื่อทีมงานที่มีบัญชีผู้ใช้ Trello เข้ามาบริหารโปรเจคร่วมกันได้ไม่จำกัด
  • เราสามารถประชุมแชร์ไอเดีย หรือแสดงความคิดเห็นหรือเปิดให้ทีมงานโหวตผ่านแอพ Trello ได้เลย
  • สามารถเปิด ปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็นหรือโหวตบน Cards แต่ละใบได้
  • สามารถเลือกใส่สี Label ได้
  • สามารถเพิ่มรูปภาพหรือไฟล์ที่เกี่ยวกับงานบน Cards ได้
  • สามารถตั้งค่าแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงบน Cards ได้
  • สามารถเปลี่ยนเลื่อนตำแหน่งของ Cards ได้ง่ายด้วยการลากเอาได้เลย
  •  สามารถสร้าง Checklist ของ Cards แต่ละใบได้

– See more at: http://appjeed.com/trello/#sthash.UXlWqNFe.dpuf

Capture

ตัวอย่างเวลาใช้งานบนเว็บไซต์

Capture2

Cards พื้นฐานจะมี 4 ขั้นตอน
จะทำ (รายละเอียดงานที่ต้องทำทั้งหมดของโปรเจคนี้)
กำลังพัฒนา (งานที่กำลังทำ แยก Cards ของใครของมัน)
เสร็จแล้ว(ทำเสร็จแล้ว)
ปรับปรุงแก้ไข้(งานที่ต้องปรับปรุงแก้ไข)

Cards พื้นฐานจะมี 3 ขั้นตอน To do (รายละเอียดงานที่ต้องทำทั้งหมดของโปรเจคนี้)
Doing (งานที่กำลังทำ แยก Cards ของใครของมัน)
Done (ทำเสร็จแล้ว)

Scroll To Top